การแสดงที่มีพลังย่อมดึงดูดความสนใจมากกว่าการแสดงที่ไร้พลัง เหมือนเรากำลังชมการแข่งขันต่อยมวยที่ผู้แข่งขันทั้ง 2 คน ใช้พลังในการต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อให้ได้รับชัยชนะ แม้จะถูกต่อยจนเจ็บไปทั้งตัว หรือถูกต่อยจนล้มลงให้กรรมการนับแต่ก็ยังลุกขึ้นมาสู้จนถึงยกสุดท้าย แน่นอนการแข่งขันนี้จะต้องดึงดูดให้ผู้ชมติดตามชมและเชียร์จนถึงวินาทีที่กรรมการชูมือให้ผู้ชนะ แต่กลับกันถ้านักมวยทั้งคู่ต่างชกกันเหยาะแหยะ ไม่กล้าออกอาวุธใส่กันเพราะกลัวเจ็บกลัวแพ้ แค่ทำท่าดุดันใส่กันแต่ภายในไม่ได้มีความต้องการที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้รับชัยชนะ ผู้ชมก็จะสามารถรับรู้ได้และทำให้การชกของคู่นี้ไม่ดึงดูดให้ชมหรือเชียร์เลย เคล็ดลับในการสร้างพลังในการแสดงคือ “อุปสรรคกับการเอาชนะ” นักแสดงต้องคิดอยู่เสมอว่า “อุปสรรค” คือสิ่งที่ทำให้เกิดพลัง เพราะถ้าเราต้องการเป็นผู้ชนะเราจะต้องรวบรวมพลัง สมาธิ เพิ่มขึ้นเพื่อจะเอาชนะให้ได้
การเปลี่ยน “อุปสรรค” ให้เป็นพลังในการแสดง เช่นเราได้รับบทที่คนรักของเราเสียชีวิตอยู่ในอ้อมกอดของเรา ซึ่งในบทเราจะต้องเศร้าโศกเสียใจ คร่ำครวญ ถ้านักแสดงแสดงแบบไม่มีความจริงใจ แต่บ้าพลังก็จะฟูมฟายจนเกินขอบเขต หรือถ้านักแสดงที่เล่นน้อยเกินไป ก็จะไม่มีพลังขาดความเชื่อจากผู้ชม ซึ่งเราสามารถนำ “อุปสรรคกับการเอาชนะ” มาช่วยในการแสดงได้ คือใส่ความต้องการที่จะให้คนรักที่ตายไปแล้วฟื้นกลับขึ้นมาให้ได้ แม้จะรู้ดีว่าอุปสรรคคือเธอไม่มีทางจะฟื้นขึ้นมา แต่ความต้องการที่จะเอาชนะ จะทำให้ผู้แสดงทุ่มเทพลังสมาธิทั้งหมดเพื่อให้คนรักฟื้น ทุกๆการแสดงออก ทุกๆคำพูด จะเต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งจริงใจมีพลัง ไม่เป็นการแสดงความเศร้าโศกอย่างเลื่อนลอย หรือต้องฝืนเค้นความรู้สึก
ลองย้อนกลับไปถึงแบบฝึกหัดที่ให้ลองทำในคลาสนะครับ
Cr: ขอขอบคุณหนังสือ “วันสดใส” อ.สดใส พันธุมโกมล
***จบโควิดแล้วเจอกัน***
✅สอบถามเพิ่มเติมหรือจองเรียนได้ที่
☎️ 096 845 1642 Line: 64studio
#64SixtyFourStudio #เรียนการแสดงเรียนร้องเพลง #เรียนการแสดงกับผู้กำกับ #เรียนการแสดงกับแอคติ้งโค้ช
