ต่อเนื่องมาจากบทที่3.เรื่องการแก้ “สมาธิผิดจุด” ด้วยการ “คิดอย่างที่ตัวละครคิด” วิธีคิดแบบนี้คือการมีสมาธิกับบทอย่างถูกต้อง ด้วยความจริง ไม่เสแสร้งแกล้งทำเป็นรู้สึก นั่นคือนักแสดงจะต้องมองเห็นสิ่งรอบๆตัวด้วยสายตาของตัวละคร วิธีคิดทัศนคติ การใช้ชีวิตในแบบตัวละครนั้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จากการศึกษาบท การตีความบท และนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วสร้างเป็นภาพในจินตนการในแบบที่ตัวละครเห็น เช่นนักแสดงที่ต้องแสดงเป็นคนบ้า หรือคนสติไม่ดี ถ้านักแสดงได้ตีความบทและ “คิดอย่างที่ตัวละครคิด” คิดแบบที่คนบ้าคิด มองให้เห็นในแบบที่คนบ้าเห็น เราก็จะรู้ว่าจริงๆแล้วคนบ้าเค้าไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นบ้า วิธีแสดงก็ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเป็นบ้าๆบอๆ การแสดงนั้นจะแนบเนียนขึ้น มีความเป็นธรรมชาติที่จะทำให้ผู้ชมเชื่อในสถานการณ์นั้นจริงๆ เพราะนักแสดงเข้าใจ “ความเป็นจริงที่สมมุติขึ้น”
ลองไปหาบทคนบ้าหรือวิกลจริตมาตีความ และลองซ้อมดูติดขัดตรงไหน Inbox มาพูดคุยกันได้ครับ
Cr: ขอขอบคุณหนังสือ “วันสดใส” อ.สดใส พันธุมโกมล
ภาพจาก wallhere
***จบโควิดแล้วเจอกัน***
